ตลาดหุ้นโลกในเช้าวันนี้เริ่มกลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง โดยเฉพาะฝั่งเอเชียที่หุ้นพุ่งแรง ขณะที่ราคาน้ำมันและดอลลาร์อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากสัญญาณล่าสุดว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แม้จะเพิ่งล่มไปแต่ยังไม่ปิดประตู เจรจาและความหวังต่อรองยังอยู่ในสมรภูมิเศรษฐกิจโลก ทำให้กระแส risk-on กลับมากระตุ้นการลงทุนรอบใหม่ทันที
เกิดอะไรขึ้นและประเด็นสำคัญ
รายงานจาก Reuters ระบุว่าในวันอังคาร ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นจากความหวังที่ว่าสหรัฐและอิหร่านอาจหาทางกลับมาเจรจากันใหม่ ในขณะที่สหรัฐเพิ่งออกมาตรการปิดท่าเรือของอิหร่านหลังการเจรจาสันติภาพในสัปดาห์ก่อนล่มลง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังคงเปิดประตูสำหรับการเจรจาเพิ่มเติม แหล่งข่าวระดับสูงของสหรัฐยืนยันว่ามีความคืบหน้าในการพยายามเดินหน้าโอกาสข้อตกลง
- MSCI Asia-Pacific (ไม่รวมญี่ปุ่น) เพิ่มขึ้น 1% ตั้งแต่ต้นตลาด ขณะที่ Nikkei (ญี่ปุ่น) และ KOSPI (เกาหลีใต้) พุ่งกว่า 2%
- หุ้นยุโรปและฟิวเจอร์สสหรัฐฯ แข็งแรงต่อเนื่อง (EUROSTOXX 50 +0.63%, DAX +0.77%)
- น้ำมันดิบ Brent ร่วง 2.7% เหลือ 96.66 เหรียญฯ ขณะที่ WTI -3% ไปแตะ 96.13 เหรียญฯ
- ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนครึ่ง (98.328 จุด) เงินยูโรและปอนด์แข็งค่าต่อเนื่อง
- Saxo Beat ในมุมมอง Charu Chanana (Saxo Bank) สรุปว่า: “ตลาดกำลังซื้อความหวัง—not resolution—แม้ยังไม่มี deal จริง แต่ channel การทูตยังเปิดอยู่จึงพอให้หุ้นดีดตัวได้ต่อ”
ประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่าทางอิหร่าน ‘โทรมา’ หาตนและมีสัญญาณต้องการเจรจาต่อ Reuters ไม่สามารถยืนยันข้อความนี้ได้ทันที ด้านสหรัฐได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวด้วยการเริ่มมาตรการปิดกั้นท่าเรืออิหร่าน พร้อมขู่บล็อกเรือใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายของอิหร่านหรือเข้าใกล้ปฏิบัติการ
นักวิเคราะห์จาก IG Tony Sycamore ชี้ว่า สหรัฐ ‘เล่นไพ่เด็ด’ ในเชิงบีบคั้นอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา โดยยังไม่ต้องเพิ่มระดับข้อขัดแย้งมากเท่ากับ ‘ขยับรองเท้าทหารเข้าชายแดน’
บรรยากาศตลาดจึงพลิกมา ‘ซื้อความหวัง’ ทันที ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วภูมิภาคฟื้นแรง
ทำไมตลาดถึงแคร์
นี่คือสถานการณ์ที่กลไกตลาดตีความอย่างชัดเจนว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน—even แค่เปิดโอกาส ยังไม่สำเร็จ—ช่วยกดแรงบีบทางภูมิรัฐศาสตร์ในตลาดพลังงานและค้าระหว่างประเทศลงทันที
- หุ้นบวก: ตลาดหุ้นเอเชียใส่ bid ตั้งแต่ต้น หลังตลาดโลกพอใจแค่สถานการณ์ยังไม่เลวร้ายลง และประเมินว่า supply shock จากฝั่งอิหร่านยังไม่รุนแรงอย่างที่กลัว
- น้ำมัน-ดอลลาร์ร่วง: ราคาน้ำมันปรับฐานแรง เพราะ ‘outlook’ ซัพพลายดูไม่เข้มงวดเท่าเดิม และ risk sentiment กลับมาเต็มที่ เงินทุนจึงไหลออกจาก dollar safe haven ไปสู่สินทรัพย์เสี่ยง
- Sentiment risk-on กลับมา: ทั้งหุ้น ทองคำ และแม้แต่คริปโต (Bitcoin +1.5%) แต่สินทรัพย์ที่ตอบแรงสุดคือตลาดหุ้นและกลุ่ม emerging markets
อย่างไรก็ตาม Joseph Capurso จาก Commonwealth Bank ยังเตือนว่า เศรษฐกิจโลกโดยโครงสร้าง ยังเผชิญ risk และถ้า sentiment พลิก ผลักเงินไหลกลับไป safe haven ได้เร็วมาก
ประเด็นหลัก: ตลาดไม่ได้เห็น ‘deal’ จริง แต่ ‘ความหวัง’ และช่องทางการทูตที่ไม่ปิดสนิท จุดนี้จุดพลุ risk-on ในสินทรัพย์เสี่ยงทันที (โดยยังมีความเปราะบางซ่อนอยู่)
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
- เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าตามภูมิภาคและบางช่วงรับแรง flow เข้า emerging markets หาก risk appetite ยืนได้นานขึ้น
- ราคาน้ำมันที่ลงแรง จะช่วยลดต้นทุนนำเข้าพลังงาน ต่อต้นทุนภาคขนส่ง อุตสาหกรรมหนัก และบิน/ท่องเที่ยว
- หุ้นกลุ่ม ‘โรงไฟฟ้า-ขนส่ง-ค้าปลีก’ ได้ sentiment บวก ระวังหุ้น “พลังงานใหญ่” อาจ underperform ระยะสั้นจากราคาขายลง
- ผู้ส่งออก (exporter) อาจได้ประโยชน์น้อยลงและควรระวัง THB แข็งเกินพิกัด ถ้ากระแสเงินร้อนไหลเข้าแรง
- ตลาดพันธบัตร/ตราสารหนี้ไทย ยังต้องเกาะ dynamics ของอัตราดอกเบี้ยโลก เพราะ bond yield ยังไม่แกว่งแรงและเฟดอาจเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิมจากแรงเงินเฟ้อสะสม
เฉพาะมือ active ต้องจับจังหวะสินค้าโภคภัณฑ์, กลุ่มโลจิสติกส์ สายการบิน และค้าปลีก, หุ้น Enter-Emerging MSCI Asia, และดู opportunity rotation ใน SET ตามกระแสโลก
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
- เจรจาสหรัฐ-อิหร่านครั้งต่อไป: ตลาดพร้อมเปลี่ยนโทนทันทีหากความหวังเจรจาเปลี่ยนไป ต้องเกาะภาพรวมทั้งด้านเศรษฐกิจ-การเมืองระหว่างประเทศทุกระยะ 24-72 ชั่วโมง
- ราคาน้ำมัน-ดอลลาร์-THB: เฝ้าดูแรงปรับฐานว่าเป็นขาขึ้น-ขาลงชั่วคราวหรือจะเป็นเทรนด์ยาว Flow ต่างชาติและ Allocation กองทุนต่างประเทศในตลาดเกิดใหม่เช่นไทย ต้องติดตามสม่ำเสมอ
- บรรยากาศ risk-on/risk-off รอบใหม่ในตลาดโลก: โดยเฉพาะ MSCI Asia, หุ้น logistic, กลุ่มสายการบินพลังงาน, และการเปลี่ยน narrative global flows
ในที่สุด ตลอด 1-2 วันข้างหน้านี้ ถ้าเจรจาสหรัฐ-อิหร่านเป็นบวกต่อเนื่อง ตลาดหุ้นไทยและกลุ่มสัมผัส risk-on อาจไปต่อได้ แต่ flow และ sentiment พร้อมกลับด้านเร็ว ต้องอาศัยการติดตามข่าวแบบ real-time อย่างใกล้ชิด เพื่อดีดไวสลับ asset ได้ทันจังหวะ